Catholic Education Council of Thailand

thzh-CNenfres

ก้าวแรกเพื่อรู้จัก

ก้าวแรกเพื่อรู้จัก

เมื่อฉันได้มีโอกาสศึกษา “กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่ตรอง”หรือ ในชื่อภาษาอังกฤษว่า “Reflective Pedagogy Paradigm” หรือ “RPP” ซึ่งมีนักบุญอิกญาซีโอผู้ก่อตั้งคณะสงฆ์เยสุอิตเป็นผู้ให้กำเนิด ฉันมีความสงสัยข้องใจว่า กระบวนการนี้ดีจริงหรือ? จะใช้ได้ผลจริงหรือ? จะช่วยพัฒนาและเปลี่ยนชีวิตนักเรียนที่รักให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้จริงหรือ? แล้วมันจะดีกว่าวิธีการที่ฉันและเพื่อนร่วมทางใช้อยู่และคุ้นเคยมาอย่างยาวนานหรือ?แม้ว่าจะมีคำถาม ข้อข้องใจ ข้อสงสัยมากมาย แต่ฉันตัดสินใจที่จะลองศึกษาถึงกระบวนการนี้อย่างจริงจัง เริ่มต้นด้วยการเปิดใจกว้างที่จะเรียนรู้และยอมรับสิ่งใหม่ พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองสู่สิ่งที่ดีกว่า สู่การเป็นครูที่ดีขึ้น และที่สุดหากฉันเห็นด้วย ฉันจะตกลง “ซื้อ” และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อการอบรมบ่มเพาะนักเรียนที่รักของฉัน สู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเป็นครูในเบื้องต้น ฉันได้พบว่ากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่ตรองมีจุดแข็งที่น่าสนใจอยู่หลายประการอันได้แก่

 

1. ใช้กับหลักสูตร หรือสาระวิชาใดๆ ก็ได้ กระบวนการนี้สามารถปรับใช้ได้อย่างง่ายดาย แม้แต่กับหลักสูตรที่กำหนดขึ้นโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานการศึกษาใด กระบวนการนี้ไม่จำเป็นต้องมีหลักสูตรหรือสร้างเนื้อหาวิชาที่สอนให้มากขึ้นเลย เพียงแต่จะต้องปรับปรุงแผนการสอนด้วยกระบวนการเรียนรู้นี้ ซึ่งจะต่างจากวิธีการสอนที่ใช้อยู่เดิม

 

2. เป็นพื้นฐานของกระบวนการจัดการเรียนรู้ทุกประเภทกระบวนการนี้สามารถปรับใช้กับทั้งการเรียนการสอนในคาบเรียนปกติ และยังใช้ได้กับกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาโครงการบำเพ็ญประโยชน์การเข้าเงียบ และกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เราสามารถใช้กระบวนการนี้ เพื่อการเตรียมบทเรียน การวางแผนที่จะมอบหมายงานให้แก่นักเรียนและการออกแบบการเรียนการสอน กระบวนการนี้มีศักยภาพอย่างยิ่งในการช่วยให้นักเรียนเชื่อมโยงเนื้อหาวิชาที่ได้เรียนรู้เข้าด้วยกัน และบูรณาการการเรียนรู้กับสิ่งที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ทั้งในวิชานั้นเองและกับวิชาอื่นๆ และที่สำคัญที่สุดช่วยเชื่อมโยงวิชาความรู้กับชีวิตของนักเรียน เพื่อนักเรียนจะสามารถใช้วิชาความรู้เพื่อลงมือปฏิบัติในการเปลี่ยนแปลงชีวิตและโลกได้

 

3. ช่วยให้ครูเป็นครูที่ดียิ่งๆ ขึ้น กระบวนการนี้ทำให้ครูสามารถเพิ่มคุณค่าของเนื้อหาวิชาที่สอน ครูมีวิธีการเพิ่มขึ้นในการส่งเสริมความคิดริเริ่มของนักเรียน ให้นักเรียนมีความรับผิดชอบและมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น และส่งเสริมให้ครูประเมินการสอนและผลสัมฤทธิ์ของการสอน เพื่อปรับปรุงวิธีการสอนของตนเองอยู่เสมอ และพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตน

 

4. ให้ความสำคัญกับนักเรียนเป็นรายบุคคล กระบวนการนี้เชื้อเชิญให้นักเรียนไตร่ตรองถึงความหมายและความสำคัญของสิ่งที่ศึกษาอยู่ ด้วยการจูงใจให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอนด้วยความกระตือรือร้นโดยมีจุดหมายเพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลมากขึ้น และสร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียนด้วยการเปิดโอกาสและชักชวนให้นักเรียนเชื่อมโยงสิ่งที่ได้เรียนรู้เข้ากับประสบการณ์ในโลกของตนเอง

 

5. เน้นถึงมิติด้านสังคม กระบวนการนี้ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการร่วมแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกันในหมู่นักเรียนและครูนักเรียนและครูจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าประสบการณ์ที่ลึกซึ้งที่สุดของตนเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์และประสบการณ์กับบุคคลอื่นๆ การไตร่ตรองเป็นแรงบันดาลใจไปสู่ความชื่นชมยินดีต่อชีวิตของตนเองและของผู้อื่น และนำไปสู่การลงมือปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนสังคมและโลก

 

ฉันยังพบว่ากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่ตรองนี้ ช่วยฝึกทักษะในการคิดวินิจฉัยและไตร่ตรองให้แก่นักเรียน ซึ่งจำเป็นเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน สังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นและสิ่งเร้าตลอดเวลา คนเราแทบจะไม่มีช่องว่างของเวลาที่จะหยุดอยู่ชั่วขณะ เพื่อจะได้คิดทบทวน วินิจฉัยและไตร่ตรองก่อนที่จะตัดสินใจและลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กระบวนการนี้จะช่วยฝึกทักษะที่จำเป็นของนักเรียนในการหยุดชั่วขณะ เพื่อคิดวินิจฉัยและไตร่ตรองก่อนที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อประสบการณ์ที่ได้รับ ทำให้นักเรียนไม่ตกเป็นทาสต่อสิ่งเร้าคุณพ่อจอห์นนี่ โก นำเสนอว่า วิธีการสอนที่ใช้กันอยู่ในระบบการศึกษาของโลกในปัจจุบัน ก่อให้เกิดปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ คือ

 

1. ก่อให้เกิดอาการความจำ เสื่อมด้านวิชาการ (AcademicAmnesia) ซึ่งมีอาการคือ นักเรียนลืมเนื้อหาที่เรียนภายใน 2-3 นาทีหลังจากสอบเสร็จ อาการนี้มีต้นเหตุมาจากการขาดความเข้าใจอย่างแท้จริงในเนื้อหาที่ได้เรียน

 

2. ก่อให้เกิดอาการตีบตันทางสติปัญญา (Intellectual Constipation)กล่าวคือ นักเรียนไม่รู้ว่าจะนำสิ่งที่เรียนในห้องเรียนไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรอาการนี้มีสาเหตุมาจากการขาดแนวทางที่จะปรับใช้สิ่งที่เรียนรู้ไปลงมือปฏิบัติในชีวิตจริง

 

กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่ตรองทำให้นักเรียนได้รู้ว่า “ฉันเรียนรู้อะไร” และยังให้รู้อีกว่า “ฉันเรียนรู้อย่างไร” และที่สำคัญ “ทำไมฉันต้องเรียนรู้เรื่องนี้” กระบวนการนี้จึงช่วยบรรเทาอาการทั้งสองนี้ได้โดยเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนจากวิธีการที่เราใช้อยู่เดิม ในหลายด้าน คือ

 

1. จากการสอนโดยครูเป็นผู้ถ่ายทอดฝ่ายเดียว (One-Way Learning:Broadcast or Teacher-Centered) ให้เป็นการสอนที่เป็นสองทางโดยที่นักเรียนมีส่วนร่วมและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Two-Ways Learning: Interactive orStudent Centered)

2. จากการรับฟังความรู้โดยมีนักเรียนเป็นผู้ฟังและครูเป็นผู้ถ่ายทอดให้เป็นการแสวงหาและต่อยอดความรู้โดยมีนักเรียนเป็นผู้เรียนรู้และลงมือทำ

3. จากการท่องจำและทำ ซ้ำ เนื้อหา ให้เป็นการเข้าใจเนื้อหาและสามารถปรับใช้เนื้อหานั้นในชีวิตจริง

4. จากการเรียนรู้ที่เริ่มต้นและจบสิ้นที่โรงเรียน (School-LongLearning) ให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning)

 

ชักเริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ! ฉันได้ตัดสินใจที่จะจดบันทึกผลการเรียนรู้และการไตร่ตรองของฉันที่ได้จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องมากมาย ทั้งๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ฉันไม่ชอบการขีดๆ เขียนๆ มากนัก ฉันอยากเชิญชวนคุณมาเดินทางอันท้าทายนี้สู่การเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการไตร่ตรองนี้ร่วมกันเมื่อเสร็จสิ้นการเดินทางแล้ว จึงค่อยตัดสินใจกันว่าจะ “ซื้อ” หรือ “ไม่ซื้อ”

 

เรามาเริ่มการเดินทางไปด้วยกันและดูแลกันและกันตลอดการเดินทางนะ

สังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นและสิ่งเร้าตลอดเวลา

คนเราแทบจะไม่มีช่องว่างของเวลาที่จะหยุดอยู่ชั่วขณะ

เพื่อจะได้คิดทบทวน วินิจฉัย และไตร่ตรองก่อนที่จะตัดสินใจ

และลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กระบวนการนี้จะช่วยฝึกทักษะที่จำเป็น

ของนักเรียนในการหยุดชั่วขณะ เพื่อคิดวินิจฉัยและไตร่ตรอง

ก่อนที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อประสบการณ์ที่ได้รับ

ทำให้นักเรียนไม่ตกเป็นทาสต่อสิ่งเร้า

 

Link เพื่อแชร์ : https://bit.ly/3lwDU90

 

ที่มา : หนังสือไตร่ตรอง (หน้าที่1-5)

 

สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย(CECT)

www.catholic-education.or.th

ประชุมคณะกรรมการบริหาร สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565
สภาการศึกษาคาทอลิก แห่งประเทศไทย จัดประชุมคณะกรรมการบริหาร สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565ผ่านทางระบบ Zoom Video Conference คุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม เลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกฯ เป็นประธานการประชุม โดยการประชุมเริ่มเวลา 10.00 น. รายนามคณะกรรมการจัดการศึกษาฯ ที่เข้าร่วมประชุม1.บาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม2.บาทหลวงเดชา อาภรณ์รัตน์3.บาทหลวงจรัล ทองปิยะภูมิ4.บาทหลวงอนุชา ไชยเดช5.ภราดาประภาส ศรีเจริญ6.เซอร์วาเลนติน มุ่งหมาย7.อาจารย์ชัยณรงค์ นมเทียรวิเชียรฉาย8.อาจารย์สุมิตรา พงศธรขอขอบพระคุณกรรมการทุกท่านเป็นอย่างสูง วันเวลา/สถานที่การประชุม วันจันทร์ที่ 17 มกราคม...
12 ม.ค. 65 พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ ๕
พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ ๕ บาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม เลขาธิการสภาการศึกษา ได้เข้าร่วมงานพิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ ๕ วันพุธที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐-๑๕.๓๐ น. ที่ห้องอโนมาแกรนด์ชั้น ๓ โรงแรมอโนมาแกรนด์ ถนนราชดำริ โดยมีเนื้อหาดังนี้ พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี...
บทที่ 9 คุณค่าพระวรสาร 21 ประการ
บทที่ 9 คุณค่าพระวรสาร 21 ประการ สำหรับอัตลักษณ์การศึกษาคาทอลิก คุณค่าพระวรสาร คือ คุณค่าที่พระเยซูสั่งสอน และเจริญชีวิตเป็นแบบอย่างแก่บรรดาสานุศิษย์และประชาชน ดังที่มีบันทึกในพระคัมภีร์ ตอนที่มีชื่อเรียกว่า “พระวรสาร” ซึ่งแปลว่า“ข่าวดี” คำว่า...
เสวนา “โอมิครอนร้ายจริงหรือ? ถึงต้องปิดโรงเรียน” 10 ม.ค. 2022
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 หรือโควิด 19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ซึ่งเรื่องที่น่ากังวล ในหลายประเทศอัตราการป่วยนอนโรงพยาบาลของผู้ที่ติดเชื้อโอมิครอนในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี มีเป็นจำนวนมาก และมีรายงานของสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) ระบุว่า การแพร่ระบาดรุนแรงของโอมิครอนในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เด็กเล็กอายุต่ำกว่า...

131064

Title 1

ร่วมกันมองให้ไกล

Youtube Logo

Facebook Logo

รูปหนังสือสภาjpg

5.png5.png4.png9.png3.png6.png
Today40
Yesterday814
This week6374
This month26118
Total554936

Who Is Online

1
Online

Wednesday, 19 January 2022 00:53